ช่วงหลังมานี้ทีมงาน Hub 101 ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครองหลายคนที่วางแผนให้บุตรหลานเดินทางไปเรียนต่อระดับประถมและมัธยมในออสเตรเลีย เงื่อนไขหลักส่วนมากจะคล้ายกันคือ คุณภาพการศึกษาดี ดูแลนักเรียนใกล้ชิด ที่สำคัญต้องไม่ใกล้ไม่ไกลเมืองใหญ่จนเกินไป ทั้งนี้เพื่อไม่ให้นักเรียนเหงา แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ถูกแสงสีมาดึงความสนใจจากการเรียนไปซะหมด โดยคีย์เวิร์ดที่ผู้ปกครองพูดถึงมากที่สุดน่าจะเป็นโรงเรียนเอกชนคุณภาพใกล้เมืองเมลเบิร์น
วันนี้ผู้เขียนจึงอยากแนะนำโรงเรียนที่มีฟีดแบคระดับดีมากจากทั้งฝั่งนักเรียนและผู้ปกครอง อีกทั้งน่าจะตรงเงื่อนไขทั้งหมดที่ว่ามาข้างบนทั้งหมดด้วย โรงเรียนที่ว่านี้ก็คือ KARIDIA INTERNATIONAL COLLEGE (KIC)
Kardinia เป็นโรงเรียนเอกชนที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับ Kindergarten (อนุบาล) จนถึงมัธยมตอนปลาย (Year 12) ตัวโรงเรียนตั้งอยู่ในเมืองจีลอง (Geelong) ที่ถือเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐวิคตอเรียรองจากเมืองเมลเบิร์น
ก่อนจะทำความรู้จักโรงเรียน ลองมาทำความรู้จักเมืองที่ตั้งอย่าง Geelong กันซะก่อน เพราะลักษณะของเมืองที่ตั้งถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ Kardinia เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของนักเรียนไทย
Geelong เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐวิคตอเรีย หรือพูดอีกอย่างว่ามีขนาดเป็นรองจากแค่เมลเบิร์นที่เดียวนั่นแหละ การเดินทางระหว่างสองเมืองนี้ก็สะดวกสบาย สามารถนั่งรถไฟใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีเท่านั้น ตัวเมืองมีทุกอย่างที่เมืองใหญ่แห่งหนึ่งควรจะมี ไม่ว่าย่านธุรกิจ ย่านการค้า ห้างร้าน และคาเฟ่ต่าง ๆ Geelong มีชื่อเสียงในฐานะเมืองใหญ่ที่ไม่วุ่นวาย ระบบขนส่งสาธารณะได้รับการออกแบบมาอย่างดี ตอบโจทย์ธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการที่ถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของตัวเมือง ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งออสซี่และต่างชาติมาเยือนตลอดทั้งปี Geelong ก็ไม่เคยยมีรถติดให้เห็น นอกจากนี้ภูมิประเทศแบบชายทะเลยังส่งผลบวกกับทั้งธุรกิจร้านอาหาร กีฬา และกิจกรรมกลางแจ้งอีกด้วย ภาพรวมของเมืองเรียกว่าเหมาะกับคนที่ชอบวิถีชีวิตเมืองใหญ่ แต่ก็ยังอยากจะหามุมพักผ่อนสงบในเมืองช่วงวันหยุดได้ด้วย
Visit Geelong Video - https://youtu.be/OIdErmkiq6w?si=hrOYMVBM44CHy-bx
พอจะเห็นภาพตัวเมืองกันแล้วก็ขยับใกล้เข้ามาทำความรู้จักตัวโรงเรียน Kardinia กันบ้าง
Kardinia เป็นโรงเรียนเอกชนที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับ Kindergarten หรือประมาณอนุบาลบ้านเรา ไปจนถึงระดับมัธยมปลาย Year 12 ตัวโรงเรียนกินพื้นที่กว้าง 52 เอเคอร์ (ประมาณ 130 ไร่) โดยแบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนอาคารเรียน พื้นที่สีเขียวหลายแห่ง รวมทั้งสนามกีฬาหลายจุด ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมดราว 1,900 คน อายุตั้งแต่ 3-18 ปี โดยส่วนมากเป็นนักเรียนออสซี่ในเขต Geelong และเมืองโดยรอบ นักเรียนต่างชาติมีอยู่ราว 60 คน เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วจึงมั่นใจได้ว่า บุตรหลานจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบออสซี่ ตลอดจนการปรับตัวเข้าวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลายได้ด้วย
Kardinia ใช้ระบบการเรียนแบบ International Baccalaureate (IB) โดยอ้างอิงแนวทางการสอนตามหลักสูตรกลางของรัฐวิคตอเรียประกอบ เนื้อหาและเป้าหมายการเรียนของนักเรียนแต่ละช่วงชั้นจะได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับช่วงอายุของนักเรียน โดยมีสมดุลระหว่างการเสิรมสร้างทักษะการใช้ชีวิต การใช้เหตุผล รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นหาความสนใจส่วนตัวประกอบไปกับการเรียนวิชาการ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ระดับช่วงชั้นการเรียนแบ่งเป็น
1.sJunior School หรือเทียบเท่าระดับประถมศึกษาของไทย ประกอบด้วย
Kindergarten ระดับอนุบาล
ช่วงอายุ 3-4 ปี โดยนักเรียนต้องมีอายุครบ 3 ปีบริบูรณ์ก่อนเข้าเรียนเท่านั้น
การเรียนแบบ play-based เน้นสร้างพัฒนาการเบื้องต้นให้กับเด็ก ห้องเรียนจะมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่า การอ่านหนังสือ การวาดเขียน รวมไปถึงการเล่น และกิจกรรมเสริมความคิดสร้างสรรค์ นักเรียนทุกคนจะมีอิสระในการสำรวจและเรียนรู้ภายใต้การดูแลของครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านปฐมวัย
เป้าหมายของการเรียนช่วงชั้นแรกเริ่มนี้คือสร้างพื้นฐานการใช้ชีวิตที่สำคัญ คือ การสสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนวัยเดียวกัน รวมทั้งผู้ใหญ่ด้วย นักเรียนจะได้รับการสนับสนุนให้เรียนรู้อย่างบูรณาการ ผ่านการสำรวจ ทดลอง คิดทบทวน และแสดงความรู้สึกของตนเอง ตลอดจนการรับฟังผู้อื่น
Lower Primary ระดับประถมต้น
ชั้นเรียนระดับ Foundation – Year 2
มีพื้นที่สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง กีฬา และสวน หารเรียนเน้นเสริมพัฒนาการทางกายภาพมากขึ้น นักเรียนจะมีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติภายในบริเวณแคมปัสของโรงเรียน
Upper Primary ระดับประถมปลาย
ชั้นเรียนระดับ Year 3 - Year 6
อาคารเรียนที่ครบครันด้วยอุปกรณ์การเรียนการสอนสมัยใหม่ มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรเพื่อมั่นใจว่านักเรียนจะมีทักษะที่พร้อมรับมือโลกการสื่อสารยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไฮไลท์ของการเรียนระดับประถมที่ Kardinia คือ Kardinia Grove Year 5 Campus ซึ่งเป็นแคมปัสเฉพาะสำหรับนักเรียนประถมปลายพื้นที่ขนาดราว 75 ไร่ พื้นที่จัดสรรสำหรับกิจกรรมเรียนรู้ผ่านการเพาะปลูกโดยมีเป้าหมายสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ชิวตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นพื้นที่ฝึกฝนทักษะการใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำความรู้จักตนเองผ่านการแสดงความคิดเห็นและร่วมมือกับผู้อื่น
บรรยากาศ Kardinia Grove Year 5 Farm Campus - https://youtu.be/r9j7eywGq0Y?si=CcPKhUs7ZW5sUUAW
2. Senior School หรือเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาของไทย
เป้าหมายการเรียนระดับมัธยมนั้นไม่เพียงมุ่งเน้นความสำคัญของความรู้เชิงวิชาการ และสร้างทักษะเพื่อการทำงานในอนาคต แต่ยังมุ่งพัฒนาทักษะความสัมพันธ์ในฐานะพลเมืองโลก เนื้อหาหลักสูตรจะครอบคลุมการสร้างความเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลาย รวมทั้งการสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างไร้อคติ
College Virtual Tour - https://youtu.be/YkIrRYt47hM?si=WHZocpHR5a0HxaUD
หลักสูตรมัธยมของ Kardinia เป็นหลักสูตรแนวตั้งที่ปูทางสู่ทั้ง Victorian Certificate of Education และ International Baccalaureate Diploma เป็นทางเลือกช่วง Year 11-12
นักเรียนจะเรียนและสอบผ่านวิชาทั้งหมดตั้งแต่ Year 10 โดยคำว่า ‘หลักสูตรแนวตั้ง’ ในที่นี้หมายถึงนักเรียนจะเลือกวอชาเรียนตามที่ตนสนใจ และพัฒนาความรู้ไปตามลำดับขั้นของแต่ละวิชา เป้าหมายเพื่อค้นพบว่านักเรียนมีจุดแข็งด้านไหนหรือมีความสนใจด้านไหนเป็นพิเศษที่อาจนำไปพัฒนาต่อได้ในอนาคต
Year 7 – Year 10 ระดับมัธยมต้น
เนื้อหาเป็นไปตามหลักสูตรกลางรัฐวิคตอเรีย ครอบคลุม 9 สาขาการเรียนรู้ (Learning Areas) คือ ภาษาอังกฤษ / ภาษาต่างประเทศอื่น ๆ / วิทยาศาสตร์ / คณิตศาสตร์ / เทคโนโลยี / ศิลปะ / มนุษยศาสตร์ / ธุรกิจศึกษา / สุขศึกษาและพลศึกษา
นักเรียนมีโอกาสเลือกเรียนเนื้อหาวิชาแบบเข้มข้นได้ในรายวิชาที่มีผลการเรียนดีหรือสนใจเป็นพิเศษ
Sport Education จะจัดเป็นคลาสแยกจากพลศึกษา (Physical Education) โดยจะทุกบ่ายวันอังคารและพุธ กีฬาที่เล่นในคลาสมีความหลายหลาย เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล แบดมินตัน การเต้น โยคะ ยิมนาสติก พายเรือ ศิลปะป้องกันตัว ครอสเทรนนิ่ง เป็นต้น นักเรียนจะได้เลือกประเภทกีฬาทุก ๆ 5 สัปดาห์
Kardinia มีทีมนักกีฬาโรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันกับโรงเรียนอื่น ๆ ในระดับท้องถิ้นด้วย นักเรียนสามารถอาสาเข้าร่วมได้ ช่วงฝึกซ้อมมักเป้นช่วงพักเที่ยงหรือหลังเลือกเรียนประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
Year 11 – Year 12 ระดับมัธยมปลาย นักเรียนสามารถเลือกเรียนจบเป็น Victorian Certificate of Education (VCE) หรือ International Baccalaureate Diploma (IB) ก็ได้
VCE เป็นหลักสูตร 2 ปี ช่วง Year 11 เรียน 14 วิชา และ Year 12 เรียน 10 วิชา โดยรายวิชาจะมาจากสาขาการเรียนรู้ไหนก็ได้ นักเรียนสามารถลองเรียนวิชาจาก VCE ได้ 1-2 ตัวในช่วง Year 10 นอกจากนี้นักเรียนที่วางแผนเข้าเรียนสายวิชาชีพสามารถเลือกเรียนรายวิชาที่เปิดคู่ขนานกับ Gordon TAFE ได้ด้วย
IB เป็นหลักสูตรแนวกว้างที่เน้นสร้างองค์ความรู้โดยรวมที่ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา การเรียนหลักสูตร IB นั้นจะเน้น 3 องค์ประกอบสำคัญคือ การเขียนเรียงความขนาดยาว / ความรู้เชิงทฤษฎีและความคิดสร้างสรรค์ / การลงมือทำและจิตสาธารณะ วัตถุประสงค์ของการเรียน IB ไม่เพียงเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย แต่เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย
รายละเอียดหลักสูตร VCE - https://study.vic.gov.au/en/study-in-victoria/victoria's-school-system/Pages/curriculum-and-assessment.aspx
รายละเอียดหลักสูตร IB - https://www.ibo.org/
ทำความเข้าใจเรื่องหลักสูตรของแต่ละช่วงชั้นไปแล้ว คำถามยอดฮิตถัดมาคือ วันเปิดเทอม และวันที่สามารถไปเริ่มเรียนได้
โรงเรียนประถมและมัธยมในออสเตรเลียกำหนดปีการศึกษาตามรอบปฎิทินคือเริ่มต้นปีในเดือนมกราคม และจบปีการศึกษาตอนสิ้นปีพอดี โดยแบ่งปีการศึกษาออกเป็นทั้งหมด 4 เทอม
Term 1 มกราคม - มีนาคม
Term 2 เมษายน - มิถุนายน
Term 3 กรกฎาคม - กันยายน
Term 4 ตุลาคม – ธันวาคม (เริ่มปิดเทอมตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตามวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่)
นักเรียนต่างชาติสามารถสมัครไปเริ่มเรียนเทอมไหนก็ได้ แต่แนะนำว่าควรเป็นช่วงเทอม 1-3 มากกว่าเพราะจะได้ปรับตัวเข้ากับเพื่อน ๆ และเนื้อหาการเรียนในระดับชั้นก่อนเลื่อนระดับสูงขึ้น ขั้นตอนการสมัครเพียงใช้ผลการเรียนเดิมที่ไทย และผลภาษาเท่านั้น กรณีที่ภาษานักเรียนยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าเรียนได้ ก็อาจมีการนำนคอร์สภาษาเพื่อปรับพื้นฐานในระยะเวลาสั้น แต่มักจะเป็นเฉพาะในเคสนักเรียนชั้นโตซะมากกว่า เพราะกิจกรรมการเรียนต่าง ๆ ต้องทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษที่แข็งแรงประมาณนึง ต่างจากเด็กเล็กที่กิจกรรมในห้องเรียนมุ่งเน้นการเล่นและเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัตินั่นเอง
คำถามสำคัญข้อถัดไปน่าจะเป็นหัวข้อเงิน ๆ ทอง ๆ หรือพูดอีกคำนึงคือ ค่าเรียน นั่นเอง
ค่าใช้จ่ายของการสมัครเรียนระดับประถม-มัธยมจะแบ่งออกเป็น 5 หมวดหลัก ๆ คือ
ค่าเรียนและค่าสมัคร (อ้างอิงปีการศึกษา 2024)
ค่าสมัคร ฟรี
ระดับประถม (รวมค่ารถโรงเรียน) $25,044 ต่อปี
ระดับมัธยม (รวมค่ารถโรงเรียน) $28,459 ต่อปี
ค่าประกันสุขภาพ $700 โดยประมาณ
ค่าที่พัก (ถ้ามี)
ค่าจัดหาที่พัก ฟรี
ค่าโฮมเสตย์ $415 ต่อสัปดาห์
ค่าอุปกรณ์การเรียน
หนังสือ / software / tablet $1,410 ต่อปี
ค่ามัดจำอุปกรณ์ $500
ค่ายูนิฟอร์ม
ชุดนักเรียน $800 โดยประมาณ
ชุดกีฬา $250 โดยประมาณ
คำนวนรวมทั้งค่าเรียนและค่าที่พักทั้งหมดต่อปีก็จะอยู่ที่ราว 1.2-1.3 ล้านบาทต่อปี หากเทียบกับค่าเทอมของโรงเรียนอินเตอร์ชั้นนำในไทยที่เฉลี่ยอยู่ราวปีละ 7-8 แสนบาท ที่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจิปาถะในการใช้ชีวิตและร่วมกิจกรรมอื่น ๆ ตลอดปีการศึกษา ตัวเลขรวมสุดท้ายแล้วน่าจะไม่ต่างกันมาก อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต่างแน่นอนคือสภาพแวดล้อมของการใช้ชีวิตต่างประเทศ โอกาสเรียนรู้สังคมวัฒนธรรมหลากหลาย รวมทั้งการเข้าถึงหลักสูตรการเรียนรู้มาตรฐานระดับอินเตอร์ ตรงตามคำกล่าวที่ว่า "Education is a lifelong investment." นั่นเอง
ข้อมูลค่าเทอมโรงเรียนอินเตอร์ประเทศไทยปี 2024 - https://shorturl.at/V1Iuu
ข้อมูลค่าเทอมโรงเรียนชั้นนำประเทศไทยปี 2024 - https://shorturl.at/fKdLV
ข้อมูลเบื้องต้นสุดท้ายที่ผู้ปกครองหลายคนมักถามถึงคือตัวเลือกที่พัก
นักเรียนต่างชาติที่อายุน้อยกว่า 18 ปี จะต้องพักอาศัยกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย โดยผู้ปกครองสามารถสมัครวีซ่าผู้ปกครองนักเรียนเพื่อมาพักอาศัยกับนักเรียนได้ตลอดระยะเวลาการเรียน แต่ทั้งนี้ก็มีตัวเลือกที่พักประเภทอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแตกต่างออกไปแล้วแต่ช่วงอายุของตัวนักเรียนเอง ในที่นี้จะแยกเป็นกลุ่มหลัก 3 ประเภท คือ
1.โฮมสเตย์
การอยู่กับครอบครัวโฮสชาวออสซี่ เป็นการพักอยู่ในบ้านพักของชาวออสซี่ที่อาจมีหรือไม่มีนักเรียนต่างชาติคนอื่นอยู่ก็ได้ ส่วนมากนักเรียนจะมีห้องนอนส่วนตัว แชร์ห้องน้ำ โดยโฮสจะจัดอาหารครบทั้งสามมื้อ ข้อดีของการพักโฮมสเตย์คือโอกาสในการฝึกภาษา โอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมออสซี่ วมทั้งสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ทั้งนี้ครอบครัวที่ได้รับเลือกให้ทำโฮมสเตย์จะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดอยู่เสมอ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่านักเรียนได้พักอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและอบอุ่นอย่างแน่นอน
ตัวเลือกนี้นักเรียนจะต้องมีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปหรือประมาณ Year 9
2. การพักกับญาติสายตรงตามกฎหมาย
3. การพักกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย
นักเรียนที่อายุต่ำกว่า 13 ปีนั้นสามารถพักกับสมาชิกในครบอครัวเท่านั้น โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงอายุ กรณีอายุ 6-xx ปีต้องพักอาศัยกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองตามกฎหมายเท่านั้น ส่วนอายุ xx-xx ปีสามารถเลือกพักกับญาติสายตรง (ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พี่ เป็นต้น) ซึ่งสมาชิกครอบครัวในที่นี้จะต้องมีอาย 21 ปีขึ้นไป ในที่นี้จะขอเรียกว่า 'ผู้ปกครอง'
ผู้ปกครองจะถือสัญชาติออสซี่อยู่แล้วก็ได้ หรือหากต้องเดินทางพร้อมนักเรียนมาจากไทยก็จะต้องสมัครวีซ่าประเภทที่ถูกต้องมาด้วย คือ Student Guardian Visa (subclass 590) นั่นเอง สำหรับรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับวีซ่าตรงนี้ทาง Hub 101 ก็มีบริการให้กับนักเรียนและผู้ปกครองค่ะ

สำหรับนักเรียนที่สมัครเรียนที่ Kardinia ทางโรงเรัียนมีบริการจัดหาที่พักโฮมสเตย์ให้ได้ สำรับนักเรียนที่เคยไปพักมีฟีดแบคดีแบบ 100% เพราะนอกจากที่พักแล้ว ครอบครัวโฮสยังดูแลนักเรียนเหมือนลูกหลานของตัวเอง คอยสอบถามเรื่องการเรียนและสภพาจิตใจ และดูแลความเป็นอยู่อย่างดี รวมทั้งมีพาไปทำกิจกรรมในช่วงปิดเทอมและวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย ช่วยฝห้คุณพ่อคุณแม่หายห่วงได้แน่นอน
เอาล่ะค่ะ, blog วันนี้นอกจากจะเป็นการแนะนำโรงเรียนประถมมัธยมคุณภาพไม่ใกล้จากเมลเบิร์นอย่าง Kardinia International College (KIC) แล้ว หวังว่าคุณพ่อคุณแม่น่าจะมีข้อมูลเบื้องต้นประกอบการวางแผนสมัครให้ลูกหลานได้มากขึ้น หากยังมีคำถามหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Hub 101 ได้ทุกวันผ่านช่องทางด้านล่างนี้ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
--
Tel: 081 441 8448
Line: hub101study
IG: hub_101_study
Tiktok: hub101study
.
#เรียนต่อออสเตรเลีย
#วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย
#ต่อวีซ่าออสเตรเลีย
#วีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย
#เรียนต่อนิวซีแลนด์
#วีซ่านักเรียนนิวซีแลนด์
Comments